Category: โรคผู้สูงวัย

โรคใดบ้าง ที่มีผลต่อการนอนหลับของผู้สูงอายุ

การนอนหลับที่ผิดปกติ อาจจะเกิดมาจากโรคประจำตัวของผู้สูงอายุแต่ละคน ซึ่งอาการของโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจทำให้รบกวนการนอนของพวกท่าน ยิ่งมีอาการที่รุนแรงโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องแล้วด้วย ผู้สูงอายุจึงอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงเวลานอนของตัวเอง ให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้โรคที่มีผลต่อการนอนมีอะไรบ้างนั้น มาดูพร้อมกันเลยค่ะ โรคที่มีผลโดยตรงต่อการนอนหลับของผู้สูงอายุ โรคปวดตามข้อ ปวดหลัง อาการปวดนั้นเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ ไม่สามารถนอนต่อได้หากเกิดอาการปวดในเวลากลางคืน ซึ่งหากเกิดอาการปวดที่รุนแรง และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจจะทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุทรุดโทรมลงได้ โรคหัวใจวาย สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถคุมอาการได้ เมื่อนอนรอบกับพื้นจะทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก จึงต้องตื่นขึ้นมานั่งสักพัก เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นถึงสามารถนอนต่อได้ อาการอาจจะเป็นหลายครั้ง ทำให้ผู้สูงอายุตื่นบ่อย ๆ ในเวลากลางคืนนั่นเอง การกลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ มีผลต่อการนอนเช่นกัน เมื่อผู้สูงอายุไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้เป็นปกติ เมื่อถึงเวลานอน ร่างกายจะกระตุ้นให้รู้สึกตัวเพื่อเตือนให้เข้าห้องน้ำ …

การวินิจฉัยและการรักษาโรคพาร์กินสัน

ในระยะเริ่มแรกของผู้สูงอายุที่พบว่าเป็นโรคพาร์กินสัน แพทย์จะสังเกตการเคลื่อนไหวช้าลง เดินลากขา ไม่แกว่งแขน ตัวแข็งเกร็ง พูดเสียงเบาและช้า การวินิจฉัยผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสันยังต้องอาศัยการซักถาม ประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือการถ่ายภาพเอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ขั้นตอนเหล่านี้เป็นเพียงการแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการแสดงคล้ายกับโรคพาร์กินสันออกไปเท่านั้น ในปัจจุบันมีการตรวจการทำงานของสมองงที่เรียกกันว่า “Functional MRI” ซึ่งสามารถตรวจวัดความผิดปกติของสาร “โดพามีน” ในสมองของผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสันได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีราคาแพงมาก และการตรวจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันเป็นผู้วินิจฉัยถึงจะได้ผลการวินิจฉัยที่ถูกต้องมากกว่า 90% ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ จะใช้ในผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคพาร์กินสันไม่ชัดเจนเท่านั้น การรักษาที่ดีขึ้นอยู่กับการดูแลอย่างถูกต้อง จากงานวิจัยหลายชิ้นจากทางการแพทย์ ทำให้ทราบได้ว่า การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสัน ที่ส่งผลเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมอง และส่งผลกระทบโดยตรงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การรักษาพื้นฐานคือการใช้ยา หากต้องการให้อาการของผู้สูงอายุดีขึ้น เราขอแนะนำให้ดูแลเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย และการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีกว่า …

การดูแลและการรักษาโรคงูสวัดอย่างถูกต้อง

การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกัน อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ผู้สูงอายุนั้น มีความเสื่อมสภาพของทุกส่วนในร่างกาย และต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดของคนในครอบครัว สำหรับผู้ที่พบว่าเป็นโรคงูสวัด อยากรู้ว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไรนั้น วันนี้เรามีวิธีการดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ พร้อมวิธีการรักษาอย่างถูกต้องมาฝากกันค่ะ เมื่อเป็นโรคงูสวัด ควรปฏิบัติตัวดังนี้ หากพบว่ามีไข้ หรืออาการปวดมาก ควรทานยาบรรเทาอาการปวดทันที หากมีอาการปวดแสบปวดร้อน ควรรีบหายาทาแก้ผดผื่นคัน ก็จะช่วยบรรเทาอาการแสบให้ลดลงได้ ควรตัดเล็บให้สั้น เพื่อป้องกันการเกาจนเกิดเป็นแผล ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะโรคอื่นแทรกซ้อนได้ เมื่อพบว่าผื่น หรือตุ่มใสเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า และดวงตา ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาในทันที วิธีการรักษา ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือพบว่าโรคงูสวัดขึ้นบนใบหน้า แพทย์จะให้กินยาต้านไวรัส ภายใน 48 – 72 …

โรคพาร์กินสัน อาการสั่นที่ไม่ธรรมดา

โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของสมองอย่างช้า ๆ ในบริเวณส่วนที่ลึก “เบซอลแกงเกลีย” และก้านสมอง “มิดเบรด” เกิดความผิดปกติในส่วนของ “สับสแตนเชียไนกรา” ซึ่งเป็นเซลล์สมองที่สำคัญในการสร้างสารสื่อประสาท หรือที่เรียกว่า “โดพามีน” สารสื่อประสาทนี้มีหน้าที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ให้ทำงานอย่างเป็นระบบ โรคพาร์กินสันนี้ จะพบมากในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสื่อมสภาพมากกว่าช่วงวัยอื่น ยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงของโรคนี้สูงเช่นกัน โรคพาร์กินสันมีความรุนแรงอย่างไร เนื่องจากโรคพาร์กินสันเกิดจากความเสื่อมของสมอง และระบบประสาทที่พบได้บ่อย รองจากโรคอัลไซเมอร์ ในประเทศไทยรู้จักกันในชื่อ “โรคสันนิบาตลูกนก” แต่ก็ไม่ได้มีบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ป่วย หากผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมีอายุมากกว่า 50 ปี อาจทำให้เกิดความเสื่อมสภาพของร่างกายเร็วขึ้นกว่าปกติ ระบบการทำงานของสมองลดลงเร็วขึ้น ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ …

โรคงูสวัด ภัยเงียบที่อันตรายต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

โรคงูสวัด (Herpes zoster) เป็นโรคหนึ่งที่คุณคงเคยได้ยินมาแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า หากผู้สูงอายุเป็นโรคงูสวัดจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง เราขออธิบายก่อนว่า โรคงูสวัดนั้น เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณผิวหนังชนิดหนึ่ง ทำให้มีผื่นตุ่มขึ้นเป็นแนวยาว บริเวณที่ขึ้นบ่อย คือ แนวบั้นเอว หรือแนวชายโครง บางคนอาจเกิดบริเวณใบหน้า (ซึ่งพบน้อย) จะขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของร่างกายเท่านั้น โรคงูสวัดมีอาการรุนแรงอย่างไร โรคงูสวัดที่พบในเด็ก ส่วนมากจะไม่มีอันตรายร้ายแรง และหายได้เองตามธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้สูงอายุ จะมีอันตรายมากกว่าเพราะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากความเชื่อที่ว่า หากเป็นรอบเอวแล้วจะเสียชีวิตนั้น ไม่จริง เพราะส่วนมากที่เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรค การป้องกันที่ดีที่สุด คือการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้สมบูรณ์อยู่เสมอ …
แนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ

แนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ

โรคข้อเสื่อม เป็นความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกข้อต่อ ส่วนมากพบในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เนื่องจากยิ่งอายุมากขึ้นความเสื่อมของกระดูกและข้อ ก็ย่อมเกิดสูงขึ้นตามไปด้วย ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีเวลาในการออกกำลังกาย และเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงได้ ทำให้ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น อาการที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ในระยะแรก ผู้สูงอายุจะรู้สึกปวดบริเวณส่วนของข้อเข่า เฉพาะเมื่อมีอาการตึงในช่วงเช้า หรือช่วงที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ส่วนมากจะเกิดอาการปวดเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น ในระยะต่อมาจะมีเริ่มมีความรุนแรงขึ้น อาการปวดจะเพิ่มขึ้น มีอาการปวดทั้งสองข้าง และไม่สามารถเดินได้คล่องเหมือนเดิม มีอาการปวดติดขัด เมื่อยังไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้อาการปวดทวีความรุนแรงขึ้น จนไม่สามารถทนต่อไปได้ แนวทางการรักษา การรักษาอาการในระยะแรก แพทย์จะไม่ใช้ยา แต่จะพยายามให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเอง โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย เพื่อช่วยลดน้ำหนัก การใช้เครื่องพยุงต่าง ๆ เพื่อลดอาการอักเสบ และช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของกระดูกและข้อด้วย สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการปวดอย่างรุนแรง แพทย์จะรักษาโดยการใช้ยา เป็นยาเกี่ยวกับการบรรเทาอาการปวดด้วยยาพาราเซตามอล …
เฝ้าระวัง 4 โรคร้ายแรงในผู้สูงอายุ

เฝ้าระวัง 4 โรคร้ายแรงในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุทุกคน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคร้าย ซึ่งโรคเหล่านั้นมักมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และการเอาใจใส่ของคนในครอบครัว อาจส่งผลในเรื่องของสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจได้ ดังนั้น ลูกหลานจึงควรให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสภาพจิต ควรเฝ้าระวังโรคร้ายแรงไม่ให้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุภายในบ้าน โรคร้ายแรงที่มักจะพบบ่อยในผู้สูงอายุ โรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เป็นความผิดปกติของร่างกาย ที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงหรือต่ำเกินไป ทำให้เกิดภาวะความรุนแรงต่อกระบวนทำงานของร่างกาย โดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย เพื่อใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานนั้นการทำงานต่าง ๆ ดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจทำให้หลอดเลือดถูกทำลายได้ วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด คือได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นภัยที่อันตรายอันดับ …
หลง ๆ ลืม ๆ ของผู้สูงอายุ สัญญาเตือนโรคสมองเสื่อม

หลง ๆ ลืม ๆ ของผู้สูงอายุ สัญญาเตือนโรคสมองเสื่อม

ทุกคนคงเคยหลง ๆ ลืม ๆ บ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งคนทั่วไปถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การหลง ๆ ลืม ๆ อาจเป็นผลจากภาวะเสื่อมของสมอง จนทำให้การทำงานของระบบสมองผิดปกติได้ ดังนั้น การรู้ทันและปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที ก่อนอื่นลองมาทำความรู้จักกับโรคสมองเสื่อมกันดีกว่าค่ะ สมองเสื่อม (Dementia) เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของระบบการทำงานของสมอง จนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยกลุ่มอาการหลาย ๆ อย่างร่วมด้วย อย่างเช่น อาการหลงลืมง่าย คิดเงินได้ถูก หาของไม่เจอ หลงทางในที่คุ้นเคย โรคสมองเสื่อมนั้นเกิดมาจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากสาเหตุของโรคสมองโดยตรง และเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่น เส้นเลือดสมองตีบ …
อาการข้ออักเสบ อันตรายใกล้ตัวผู้สูงอายุ

อาการข้ออักเสบ อันตรายใกล้ตัวผู้สูงอายุ

ข้ออักเสบ (Arthritis) หมายถึง อาการปวดบวม อักเสบบริเวณข้อ ในปัจจุบันสามารถจำแนกออกได้ 2 ชนิด ได้แก่ ข้ออักเสบจากกระดูกเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้พบมากในผู้สูงวัย ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่พบว่ามีภาวะของโรคกระดูกข้ออักเสบมากกว่าช่วงวัยอายุอื่น ๆ มาทำความเข้าใจกับโรคข้ออักเสบ อย่างที่เราบอกไปแล้วว่า ข้ออักเสบมีอยู่ 2 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสาเหตุของการอักเสบที่แตกต่างกัน ข้ออักเสบจากกระดูกเสื่อมสภาพนั้น เกิดจากมวลกระดูกอ่อนรอบ ๆ ข้อเสื่อมสภาพทำให้เกิดการทำลายของกระดูก ส่วนมากจะพบกับผู้สูงวัย โดยเฉพาะหญิงสูงวัยจะมีภาวะของกระดูกเสื่อมมากกว่าชายสูงวัย ส่วนข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคเกี่ยวกับข้อชนิดหนึ่งที่มีอาการอักเสบแบบเรื้อรังของเยื่อบุข้อเกือบทุกข้อทั่วร่างกาย รวมถึงการอักเสบของพังผืดหุ้มข้อ เส้นเอ็น …
วิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและสูญเสียความจำในผู้สูงวัย

วิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและสูญเสียความจำในผู้สูงวัย

ในบทความที่แล้ว เราได้กล่าวถึง สาเหตุของการสับสนและสูญเสียความจำในผู้สูงอายุไปแล้ว ดังนั้น วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและชะลอการสูญเสียความจำในผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างถูกต้องและลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดกันคะ วิธีการป้องกันอาการสับสนเฉียบพลัน สำหรับผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการสับสน หลงลืมบางสิ่งบางอย่าง คุณควรพยายามกระตุ้นผู้สูงอายุให้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง อย่างเช่น การอาบน้ำ แต่งตัว โดยการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น ควรให้ทำอย่างสม่ำเสมอ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง พยายามพูดคุยกับผู้สูงอายุให้บ่อยขึ้นและนานขึ้น เริ่มด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ควรพูดคุยในสวนสาธารณะเพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุ การพาพวกท่านไปเดินเล่นในสวน พร้อมกับการพูดคุย จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีตลอดทั้งวัน และช่วยบำบัดอาการซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้สูงอายุไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ควรปรับเปลี่ยนห้องนอน ปรับพื้นที่รอบตัว อย่างเช่น ย้ายที่นอนใหม่ ปรับมุมห้องนั่งเล่นใหม่ เปิดผ้าม้านให้แสงแดดส่องผ่าน ระบายอากาศโดยการเปิดหน้าต่างทุกบาน เปิดประตูหลังบ้าน …