โรคงูสวัด ภัยเงียบที่อันตรายต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

โรคงูสวัด (Herpes zoster) เป็นโรคหนึ่งที่คุณคงเคยได้ยินมาแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า หากผู้สูงอายุเป็นโรคงูสวัดจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง เราขออธิบายก่อนว่า โรคงูสวัดนั้น เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณผิวหนังชนิดหนึ่ง ทำให้มีผื่นตุ่มขึ้นเป็นแนวยาว บริเวณที่ขึ้นบ่อย คือ แนวบั้นเอว หรือแนวชายโครง บางคนอาจเกิดบริเวณใบหน้า (ซึ่งพบน้อย) จะขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่งของร่างกายเท่านั้น

โรคงูสวัด ภัยเงียบที่อันตรายต่อสุขภาพผู้สูงอายุ

โรคงูสวัดมีอาการรุนแรงอย่างไร

โรคงูสวัดที่พบในเด็ก ส่วนมากจะไม่มีอันตรายร้ายแรง และหายได้เองตามธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้สูงอายุ จะมีอันตรายมากกว่าเพราะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากความเชื่อที่ว่า หากเป็นรอบเอวแล้วจะเสียชีวิตนั้น ไม่จริง เพราะส่วนมากที่เสียชีวิตเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ ขาดภูมิต้านทานโรค การป้องกันที่ดีที่สุด คือการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้สมบูรณ์อยู่เสมอ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด

เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “เชื้อวีแซดวี (varicella-zoster virus)” ส่วนมากพบกับเด็ก แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็น หลังจากโรคอีสุกอีใสไปแล้ว เชื้อจะหลบซ่อนอยู่บริเวณปมประสาทใต้ผิวหนัง และแฝงตัวอย่างสงบเป็นเวลาหลาย 10 ปี โดยไม่แสดงอาการใด ๆ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำ มีความเครียด ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ส่งผลให้เชื้อที่แฝงตัวอยู่ แบ่งตัวเพิ่มจำนวน และกระจายในปมประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบ (เกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาท) เชื้อจะเริ่มกระจายไปตามเส้นประสาทที่อักเสบ และปล่อยเชื้อไวรัสออกมาบริเวณผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มใสเรียงเป็นแนวยาวตามแนวเส้นประสาท

อาการของโรคงูสวัด

ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการปวดแปลบ ๆ บริเวณเส้นประสาทที่เป็นงูสวัด ก่อนมีผื่นขึ้น 1 – 3 วัน และจะมีอาการคัน แสบ ร้อน (คล้ายถูกไฟไหม้) เป็นพัก ๆ หรือตลอดเวลาบริเวณชายโครง ใบหน้า แขน อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อ หากพบว่าเริ่มปวดบริเวณชายโครงก็อาจเข้าใจว่าเป็นโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร ถุงน้ำดีอักเสบ และอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกัน

วิธีสังเกตอาการ โดยส่วนมากจะมีผื่นขึ้นบริเวณที่ปวดแล้วกลายเป็นตุ่มใส เรียงตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทที่อักเสบ ตุ่มใสจะขึ้นภายใน 4 วันแรกที่ติดเชื้อ และค่อย ๆ แห้งตกสะเก็ดใน 7 – 10 วัน เมื่อเป็นสะเก็ด และหลุดออกไปแล้ว อาการปวดจะบรรเทาลง ผื่นจะอยู่นานถึง 10 – 15 วัน สำหรับผู้ที่มีอายุมาก จะมีอาการนานกว่าเป็นเดือน ๆ ถึงจะหายเป็นปกติ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ง่ายนั่นเอง

โรคงูสวัดอันตรายที่คุณไม่ควรมองข้าม ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการรุนแรง แต่ก็อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นมาได้ ดังนั้น ผู้สูงอายุที่สังเกตเห็นความผิดปกติทางร่างกาย หรือพบว่ามีอาการของโรคดังกล่าว เราแนะนำให้รีบพบแพทย์ และรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป สำหรับผู้ที่เป็นโรคงูสวัดนั้น ควรดูแลตัวเองอย่างไร แนะนำให้อ่าน “การดูแลและการรักษาโรคงูสวัดอย่างถูกต้อง

Leave a Reply