โภชนาการของผู้สูงอายุ สิ่งจำเป็นที่ไม่ควรขาดหายไป

พื้นที่โฆษณา

อาหารคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับร่างกายของคนเราเมื่ออายุมากขึ้นการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องโภชนาการของผู้สูงอายุกัน เพื่อจะได้ทำความเข้าใจว่าโภชนาการที่ดีนั้นควรเป็นอย่างไร

โภชนาการของผู้สูงอายุ สิ่งจำเป็นที่ไม่ควรขาดหายไป

สารอาหารที่ผู้สูงอายุต้องการนั้นหากจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากผู้ที่มีวัยอายุน้อยกว่าแต่อย่างใด จะมีความแตกต่างกันก็คือเรื่องของปริมาณในการได้รับเท่านั้น สาเหตุก็มาจากที่ผู้สูงอายุนั้นจะต้องการแคลอรีน้อยกว่าเนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่านั่นเอง รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็ใช้พลังงานน้อย อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุมีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นบางประเภทเพิ่มขึ้น ดังนั้นการดูแลในเรื่องของอาหารการกินสำหรับผู้สูงอายุนั้นจะต้องมีการวางแผนในเรื่องโภชนาการเป็นอย่างดี

หลักในการบริโภคอาหารสำหรับผู้สูงอายุ

การเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้สูงอายุนั้นถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีหลักในการบริโภคอาหารเช่น การเลือกรับประทานอาหารที่ทำจากธัญพืชที่ไม่ขัดสี ผลไม้และผัก ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เส้นใยอาหาร ไขมันที่มีประโยชนต่อร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม ควรบริโภคโปรตีนที่สามารถย่อยได้ง่าย อย่างเช่น โปรตีนที่ได้จากปลา ถั่ว หรือไข่ ในปริมาณที่พอเหมาะเพียงพอต่อร่างกาย โดยสิ่งสำคัญที่สุดก็คือควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันและน้ำตาลสูง

สารอาหารสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ

สารอาหารที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุนั้นจะต้องมีองค์ประกอบที่เหมาะสมและสมดุลกับความต้องการของร่างกาย ดังนั้นหากคุณคือผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจึงควรมีความรู้ในเรื่องของโภชนาการที่ดีสำหรับผู้สูงอายุด้วย ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้คือ

แคลเซียม ถือเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับทุกช่วงอายุ แต่จะมีความสำคัญและจำเป็นมากขึ้นเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ทั้งนี้การต้องการแคลเซียมที่เพิ่มขึ้นก็เพื่อป้องกัน โรคกระดูกพรุน ช่วยในการสร้างกระดูกให้แข็งแรง มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ ประกอบกับความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมในอาหารลดน้อยลง และการขาดการออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักตัว เช่น การเดินที่สามารถช่วยให้กระดูกแข็งแรง ทำให้ผู้สูงอายุมีปัญหาในเรื่องกระดูกมากขึ้น นักโภชนาการจึงแนะนำให้ คนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรมีการรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 800 มิลลิกรัมต่อวัน ที่เป็นเรื่องยากหากได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น จึงควรรับประทานแคลเซียมเสริมระหว่างมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้แคลเซียมไปรบกวนการดูดซึมของธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานไป อาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมสำคัญได้แก่ นมไขมันต่ำ เนยแข็ง ปลาตัวเล็ก ๆ ที่สามารถกินได้ทั้งก้าง โยเกิร์ต ผักใบเขียว นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม และเต้าหู้ที่เติมแคลเซียมซัลเฟต เป็นต้น

วิตามิน B12 เป็นวิตามินที่สำคัญมากสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง หากคนเราขาดวิตามิน B12 อาจนำไปสู่การเกิดโรคโลหิตจางได้ แห่งสารอาหารของวิตามิน B12 นั้นก็จะได้แก่ ตับ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่ดีที่สุด เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เนยแข็ง นม โยเกิร์ต ไข่ทั้งฟอง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์ อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับประทานวิตามิน B12 เป็นอาหารเสริมเพิ่มเติมหากจำเป็น

วิตามิน D ช่วยการดูดซึมแคลเซียม ป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูก ร่ายกายของคนเรานั้นสามารถสังเคราะห์วิตามิน D ได้เองเมื่อได้รับแสงอาทิตย์ แต่สำหรับผู้สูงอายุนั้นมักไม่ค่อยได้รับแสงแดด อาจสร้างวิตามิน D ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้นจึงควรให้ร่างกายได้รับแสงอาทิตย์ในช่วงก่อน 9 โมงเช้า หรือหลังช่วง 4 โมงเย็นอย่างน้อยประมาณ 20-30 นาทีประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน D ที่เพียงพอ แหล่งอาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินดีสูงจะได้แก่ ธัญพืชและนมที่เพิ่มสารอาหาร หรืออาจใช้วิธีการรับประทานวิตามิน D เสริมก็ได้เช่นเดียวกัน

วิตามิน E เป็นวิตามินที่ส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย เราสามารถพบวิตามินอีได้ใน เมล็ดอัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน ซอสมะเขือเทศ เนยถั่ว

โภชนาการของผู้สูงอายุ สิ่งจำเป็นที่ไม่ควรขาดหายไป

วิตามิน C ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กที่ได้จากอาหาร ระดับวิตามิน C ต่ำในผู้สูงอายุจะนำไปสู่ภาวะขาดธาตุเหล็กได้ จะส่งผลให้แผลหายช้า เกิดเลือดออกตามไรฟัน การสูบบุหรี่ หรือการรับประทานอาหารที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกายจะส่งผลให้วิตามินซีในร่างกายของผู้สูงอายุลดต่ำลง อาหารที่มีวิตามิน C สูงได้แก่ ผักโขม มะละกอ ฝรั่ง พริกหวาน บรอคโคลี สตอร์เบอร์รี่ เป็นต้น

วิตามิน A ช่วยในการรักษาสายตาสำหรับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับแหล่งวิตามิน A ที่สำคัญก็ได้แก่ แครอท มันเทศ พืชตระกูลน้ำเต้า และ ผักโขม

โพแทสเซียม (Potassium) สามารถช่วยในการรักษาระดับความดันโลหิตให้สมดุลต่อร่างกาย ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการรักษาระดับความสมดุลของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดี แหล่งอาหารที่มีส่วนประกอบโพแทสเซียม (Potassium) ได้แก่ มะเขือเทศ ดอกกระหล่ำ ส้ม กล้วย บรอคโคลี มะเขือม่วง ผักโขม และ ปลาตาเดียว

แมกนีเซียม (Magnesium) คือแร่ธาตุสำคัญสำหรับกระบวนการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันและกระดูกแข็งแรง มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาท หัวใจ กล้ามเนื้อ (ปริมาณที่เหมาะกับผู้ชาย 350 มิลลิกรัม และผู้หญิง 300 มิลลิกรัม) แมกนีเซียม (Magnesium) มีมากใน เนื้อปลา ถั่วต่าง ๆ และผักใบเขียว

เส้นใยอาหาร มีความสำคัญกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เพราะเส้นใยอาหารนั้นสามารถช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ป้องกันปัญหาโรคเกี่ยวกับลำใส้ การบริโภคเส้นใยอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันโรคเบาหวาน มะเร็งบางชนิด และโรคหัวใจ ปริมาณที่เหมาะกับผู้สูงอายุเพศชาย 30 มิลลิกรัมและ ในผู้สูงอายุเพศหญิง 21 มิลลิกรัม ผักและผลไม้ส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นแหล่งเส้นใยอาหารสูง รวมไปถึงถั่วเปลือกแข็งอีกด้วย

และสิ่งเหล่านี้ก็คือสารอาหารที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากในการโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ เพราะนอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น กระปรี่กระเปร่าแล้ว ยังส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความสุขในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ ท่านผู้อ่านสามารถติดตามสาระดีดีต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุได้จากเว็บไซต์ของเราที่จะนำเสนออย่างต่อเนื่อง หากท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์สามารถกด Like และ Share ให้กับผู้สนใจอื่น ๆ ได้อ่านกันครับ

พื้นที่โฆษณา

Leave a Reply