วิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและสูญเสียความจำในผู้สูงวัย

พื้นที่โฆษณา

ในบทความที่แล้ว เราได้กล่าวถึง สาเหตุของการสับสนและสูญเสียความจำในผู้สูงอายุไปแล้ว ดังนั้น วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและชะลอการสูญเสียความจำในผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างถูกต้องและลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดกันคะ

วิธีการป้องกันภาวะสับสนเฉียบพลันและสูญเสียความจำในผู้สูงวัย

วิธีการป้องกันอาการสับสนเฉียบพลัน

  • สำหรับผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการสับสน หลงลืมบางสิ่งบางอย่าง คุณควรพยายามกระตุ้นผู้สูงอายุให้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง อย่างเช่น การอาบน้ำ แต่งตัว โดยการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น ควรให้ทำอย่างสม่ำเสมอ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง
  • พยายามพูดคุยกับผู้สูงอายุให้บ่อยขึ้นและนานขึ้น เริ่มด้วยการถามคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ควรพูดคุยในสวนสาธารณะเพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้สูงอายุ การพาพวกท่านไปเดินเล่นในสวน พร้อมกับการพูดคุย จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีตลอดทั้งวัน และช่วยบำบัดอาการซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หากผู้สูงอายุไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ควรปรับเปลี่ยนห้องนอน ปรับพื้นที่รอบตัว อย่างเช่น ย้ายที่นอนใหม่ ปรับมุมห้องนั่งเล่นใหม่ เปิดผ้าม้านให้แสงแดดส่องผ่าน ระบายอากาศโดยการเปิดหน้าต่างทุกบาน เปิดประตูหลังบ้าน หากมีสวนดอกไม้อยู่หลังบ้างจะเป็นการดีมากในการเสริมสร้างอารมณ์และพฤติกรรมของผู้สูงอายุ
  • ในกรณีผู้สูงอายุต้องนอนโรงพยาบาลจะมีความเสี่ยงต่อภาวะสับสนเฉียบพลันได้ ดังนั้น ควรให้ญาติคอยมาดูแลผู้สูงอายุเป็นประจำ และควรนำอุปกรณ์ เครื่องใช้ส่วนตัว อย่างเช่น หมอน ผ้าห่ม ของที่ผู้สูงอายุชอบใช้มาไว้ที่โรงพยาบาลด้วย ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เพราะผู้สูงอายุคุ้นเคยกับสิ่งของแบบเดิม ๆ มากกว่านั่นเอง
  • หากผู้สูงอายุหลงลืมวัน เวลา ควรนำปฏิทิน และนาฬิกามาวางไว้ในตำแหน่งที่ผู้สูงอายุสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพื่อกระตุ้นเตือนไม่ให้สับสนวันและเวลาได้

นอกจากนี้ ควรพยายามให้ผู้สูงอายุได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงเสียงและแสงที่รบกวนการนอนของผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุจะอดนอนมาก เมื่อร่างกายนอนไม่เพียงพออาจทำให้เกิดอาการสับสนได้ อย่างไรก็ตาม คุณต้องทบทวนวัน เวลา และสถานที่ให้กับผู้สูงอายุได้รับทราบเป็นครั้งคราว เพื่อให้ผู้สูงอายุพยายามนึกถึง และไม่สูญเสียความจำในช่วงเวลาดังกล่าวได้

ทั้งนี้ เมื่อพบว่าผู้สูงอายุเกิดอาการเจ็บป่วย เป็นไข้ควรรีบไปรักษาตั้งแต่เนิน ๆ การที่ผู้สูงอายุเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว แพทย์ พยาบาลควรบอกรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาการ ขั้นตอนการปฏิบัติตัว ขั้นตอนการตรวจ และขั้นตอนการรักษาให้กับผู้สูงอายุฟังเป็นระยะ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุคลายความกังวลลงได้มาก ซึ่งการกังวลของผู้สูงอายุก็เป็นสาเหตุของภาวะสับสนเฉียบพลันได้เช่นกัน ดังนั้น ลูกหลาน ควรอยู่ใกล้ชิด เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้สูงอายุที่นอนโรงพยาบาลให้มากเป็นพิเศษ และดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อพวกท่านออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านแล้วด้วย

สำหรับวิธีการป้องกันที่เรานำเสนอไปนั้น เราก็หวังว่าคุณจะได้แนวทางในการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ไม่มาก ก็น้อย และท่านผู้อ่านสามารถติดตามบทความต่าง ๆ เคล็ดลับและเทคนิคในการดูแลผู้สูงอายุได้จากเว็บไซต์ของเราแห่งนี้คะ หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์สามารถกด Like และ Share เพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ สามารถเห็นบทความนี้ได้คะ

พื้นที่โฆษณา

Leave a Reply