ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและการดูแล (ตอนที่ 2)

พื้นที่โฆษณา

จากครั้งก่อนเราได้นำเสนอบทความเกี่ยว “ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและการดูแล” มาแล้วตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุโดยทั่วไป แต่ปัญหาต่าง ๆ นั้นมีทางแก้ไข หรือสามารถลดอัตราความเสี่ยงลงได้ ด้วยขั้นตอนและวิธีการที่เหมาะสมรวมไปถึงผู้ดูแลควรเอาใจใส่ผู้สูงอายุภายในบ้านให้มากขึ้นก็ทำให้มีความเสี่ยงน้อยลง และวันนี้เราจะมานำเสนอปัญหาต่อมาที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ รวมไปถึงวิธีการป้องกันดูแลมาฝากกันครับ

การป้องกันโรคต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะช่วยให้เกิดความเสี่ยงน้อยลง แต่บ่อยครั้งการดูแลป้องกันไม่มากพอก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน หนึ่งในปัญหาทางด้านสุขภาพของผู้สูงอายุก็คือ ปัญหาภาวะกระดูกพรุน

ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุและการดูแล (ตอนที่ 2)

ปัญหาภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

ปัญหาภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุนั้น เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตัวเองนั้นเป็นโรคนี้อยู่ เพราะแทบไม่มีอาการใด ๆ เกิดขึ้นเลย กว่าจะทราบก็เมื่อได้รับอุบัติเหตุ เช่น หกล้มกระดูกหัก จึงจะทราบว่าตนเองนั้นเป็นโรคภาวะกระดูกพรุน ซึ่งภาวะนี้จะทำให้ผู้ที่ป่วยมีเนื้อกระดูกที่บางลง ทำให้เปราะหัก หรือยุบได้ง่าย โดยส่วนใหญ่แล้วมักพบในผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงในช่วงวัยหลังหมดประจำเดือน และในผู้ชายจะพบในช่วงอายุมากกว่า 70 ปีไปแล้ว

การดูแลป้องกันภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

  • ผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปีและผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปี ควรได้รับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density หรือ BMD) ซึ่งจะสามารถบ่งบอกถึงความหนาแน่นมวลกระดูกเมื่อเทียบกับค่ามวลกระดูกที่ปกติทั่วไปในผู้ใหญ่
  • ผู้สูงอายุควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือดร่วมด้วย เนื่องจากว่าวิตามินดีนั้นจะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมที่รับประทาน หากพบว่ามีระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ควรรับประทานวิตามินดีเสริม
  • ผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมจากอาหารอย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายด้วยการ เดิน วิ่ง หรือ ยกน้ำหนักเบา ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • หากผู้สูงอายุได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะกระดูกพรุน ควรรับการรักษาเพื่อป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกแตก หรือหัก

โรคที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุนั้นมีอีกมากมายหลากหลาย ซึ่งเราจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันเป็นตอน ๆ ไป อย่างไรก็ตามการดูแลป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาในภายหลัง ดังนั้นควรใส่ใจดูแลผู้สูงอายุภายในบ้านให้มีสุขภาพที่ดีได้รับสารอารหารที่ครบถ้วน มีการออกกำลังกายบ้างเพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง การได้ผ่อนคลายต่าง ๆ ก็ช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความสุขและมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้เช่นเดียวกันแล้วท่านจะอยู่กับเราไปนาน ๆ ครับพบกันใหม่บทความหน้าสวัสดีครับ

พื้นที่โฆษณา

Leave a Reply