การสับสนและสูญเสียความจำในผู้สูงอายุ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้สูงอายุที่พบว่ามีอาการสับสน หลง ๆ ลืม ๆ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากเกิดภาวะสับสนเฉียบพลัน อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้ การที่ผู้สูงอายุเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ พฤติกรรมและความจำอย่างต่อเนื่อง และเป็นเวลานาน นั่นเป็นสัญญาณเตือนถึงอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

การสับสนและสูญเสียความจำในผู้สูงอายุ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อสังเกตภาวะอาการดังกล่าว คือ เมื่อผู้สูงอายุเรียนรู้ หรือจดจำสิ่งใหม่ ๆ จะทำได้ยากขึ้น พูดซ้ำถามซ้ำ เริ่มบกพร่องในการทำสิ่งที่ซับซ่อน หลงทิศทาง หรือลืมทิศทางในที่ที่คุ้นเคย ไม่อยากเข้าสังคม พูดน้อยลง อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าผู้สูงอายุอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง หากปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อาจเป็นอันตรายต่อระบบสมองของผู้สูงอายุได้

มาทำความเข้าใจกับภาวะสับสนเฉียบพลัน

ผู้สูงอายุที่มีอาการสับสนเฉียบพลัน แรกเริ่มจะมีอาการพูดคุยคนละเรื่อง สับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก หลงวัน เวลา และสถานที่ มีอาการเห็นภาพหลอนที่คนอื่นมองไม่เห็น อย่างเช่น เห็นญาติผู้ใหญ่ที่เสียแล้ว บางคนอาจแสดงอาการนอนหลับมากขึ้น ซึม พูดน้อยลง อาการนี้มักพบในผู้สูงอายุมากกกว่าช่วงวัยอื่น ยิ่งมีอายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเซลล์สมองเริ่มตายมากขึ้น ทำให้ความสามารถของสมองทำงานลดลง รองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ไม่ดี ผู้สูงอายุที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน จะมีความเสี่ยงต่อภาวะอาการดังกล่าวสูง

สาเหตุของภาวะสับสนในผู้สูงอายุ

การรับประทานยารักษาโรคต่าง ๆ

สาเหตุที่พบบ่อยก็คือ ผู้สูงอายุรับประทานยาหลายชนิดเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะสับสนได้ ยาที่มีผลต่ออาการได้แก่ ยาลดน้ำมูก, ยาคลายกล้ามเนื้อ, ยาแก้ปวด, ยานอนหลับ, ยารักษาโรคซึมเศร้า และยารักษาโรคพาร์กินสัน ซึ่งถ้ามีการเพิ่มขนาดยา หรือวิธีการรับประทานเปลี่ยนไป อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะสับสนเฉียบพลันได้ หากพออาการดังกล่าวหลังรับประทานยาควรหยุด และรีบไปปรึกษาแพทย์ในทันที

โรคติดเชื้อ

การติดเชื้อไม่จำเป็นต้องติดเชื้อในสมองเท่านั้น แต่การติดเชื้ออื่น อย่างเช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่ปวด หรือบางคนเป็นหวัดก็เกิดความสับสนได้ (แต่กรณีหลังมักเกิดในผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางสมองอยู่ก่อนแล้ว) การติดเชื้อตามอวัยวะต่าง ๆ อาจมีความรุนแรงจนมีผลต่อระบบการทำงานของสมอง และเมื่อสมองใช้งานมากก็ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพเช่นกัน ดังนั้น หากร่างกายของผู้สูงอายุเกิดภาวะการติดเชื้อรวมกับเป็นโรคประจำตัวด้วย ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการสับสนและสูญเสียความจำได้ ทางออกที่ดีคือ ควรรีบรักษา และขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อนำมาปฏิบัติกับผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้องต่อไป

ความผิดปกติของระดับน้ำตาล

ภาวะอาการสับสนนี้ อาจพบมากในผู้สูงอายุที่มีโรคบางอย่างอยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานยาควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ครบตามแพทย์สั่ง จนระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อระบบสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะสับสนเฉียบพลันนั่นเอง

โรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบสมอง

โรคที่มีผลระบบสมอง อย่างเช่น โรคหัวใจวาย, หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ดีทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ, ร่างกายขาดออกซิเจน สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาการดังกล่าว จะส่งผลต่อระบบการทำงานของสมองทั้งสิ้น ซึ่งหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะสับสนและสูญเสียความจำได้เช่นเดียวกัน

ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุ อันตรายอย่างมาก หากปล่อยให้อาการเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจส่งผลต่อระบบการทำงานของสมอง ทำให้สมองเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และถึงขั้นเป็นโรคความจำเสื่อมได้ ดังนั้น เมื่อสังเกตว่าผู้สูงอายุในบ้านเริ่มมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ควรรีบหาทางป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น สำหรับวิธีการป้องกันภาวะสับสนและสูญเสียความจำในผู้สูงอายุ สามารถติดตามได้ในบทความถัดไป หากท่านผู้อ่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถกด Like และ Share ให้เพื่อน ๆ ท่านอื่น ๆ ได้มีโอกาสอ่านบทความนี้ได้คะ

Leave a Reply