การวินิจฉัยและการรักษาโรคพาร์กินสัน

พื้นที่โฆษณา

ในระยะเริ่มแรกของผู้สูงอายุที่พบว่าเป็นโรคพาร์กินสัน แพทย์จะสังเกตการเคลื่อนไหวช้าลง เดินลากขา ไม่แกว่งแขน ตัวแข็งเกร็ง พูดเสียงเบาและช้า การวินิจฉัยผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสันยังต้องอาศัยการซักถาม ประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือการถ่ายภาพเอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ขั้นตอนเหล่านี้เป็นเพียงการแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการแสดงคล้ายกับโรคพาร์กินสันออกไปเท่านั้น

ในปัจจุบันมีการตรวจการทำงานของสมองงที่เรียกกันว่า “Functional MRI” ซึ่งสามารถตรวจวัดความผิดปกติของสาร “โดพามีน” ในสมองของผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสันได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีราคาแพงมาก และการตรวจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันเป็นผู้วินิจฉัยถึงจะได้ผลการวินิจฉัยที่ถูกต้องมากกว่า 90% ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ จะใช้ในผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคพาร์กินสันไม่ชัดเจนเท่านั้น

การวินิจฉัยและการรักษาโรคพาร์กินสัน

การรักษาที่ดีขึ้นอยู่กับการดูแลอย่างถูกต้อง

จากงานวิจัยหลายชิ้นจากทางการแพทย์ ทำให้ทราบได้ว่า การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสัน ที่ส่งผลเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมอง และส่งผลกระทบโดยตรงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การรักษาพื้นฐานคือการใช้ยา หากต้องการให้อาการของผู้สูงอายุดีขึ้น เราขอแนะนำให้ดูแลเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย และการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีกว่า ผู้ที่ขาดการดูแลที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ อาการในระยะเริ่มต้นและระยะกลางของโรคยังเป็นการรักษาด้วยการใช้ยาเป็นหลัก เนื่องจากโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองหลายระบบ ดังนั้นการรักษาด้วยยาอาจจะไม่เพียงพอในการรักษาผู้ป่วยที่มีอายุมากทำให้ต้องมีการคิดค้นตัวยารักษาให้มีฤทธิ์ช่วยในการยับยั้งและควบคุมให้สารสื่อประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ

การรักษาด้วยยา

ตัวยาที่นำมารักษาโรคพาร์กินสันในปัจจุบันตามคลินิก ได้แก่ ยาที่เป็นสารตั้งต้นของสาร “โดพามีน” ยาที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับโดพามีน หรือยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ ที่ทำลายสารโดพามีนในสมอง เมื่อการตายของเซลล์สมองเพิ่มขึ้นตามการดำเนินของโรค จนถึงระยะสุดท้าย ผู้สูงอายุจะมีปัญหาอย่างมากในการดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง และต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น ๆ รอบตัว

ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรับประทานยาเป็นเวลานาน

อาการของโรคไม่ค่อยตอบสนองต่อยา หรือมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ แพทย์จะต้องพิจารณาการรักษาวิธีอื่น ตามความเหมาะสม อย่างเช่น การผ่าตัดฝังตัวกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) หรือ การใช้ยากระตุ้นตัวรับโดพามีน อย่างต่อเนื่องทางใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Apo morphine Pump) หรือการให้สารโดพามีนอย่างต่อเนื่องทางลำไส้เล็ก (Intrajejunal Duodopa Infusion)

อย่างไรก็ตาม สุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคพาร์กินสันจะดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกำลังใจที่ดีของคนในครอบครัว และได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หากเกิดความสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปสอบถามยังโรงพยาบาลที่คุณใช้บริการได้ทุกวันทำการค่ะ

พื้นที่โฆษณา

Leave a Reply